วิธีลงทะเบียนรับเงินส งเครา ะห์บุตร รับเงินรวม 1,400 ต่อเดือน

กรมบัญชีกลางเอาใจใส่และพร้อมดูแลคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างทั่วถึงและนอกจากนี้ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ได้เผยแพร่ภาพราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่กฎกระทรวง เพิ่มเงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท มีผลบังคับแล้ว ณ ตอนนี้

สำหรับเงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท
สำหรับเงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท ผู้ที่มีสิทธิ์ได้คือผู้ประกันตนมาตรา 33, 39 ที่มีการจ่ายเงินสมทบมาสักระยะหนึ่งแล้ว

และมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 ผู้ที่จ่ายเงินสมทบเดือนละ 300 บาท จะได้เงินสงเคราะห์บุตร 200 บาท

โดยทั้งนี้จะได้รับเงินจนกว่าบุตรจะมีอายุครบ 6 ปีบริบูรณ์ และสามารถเบิกเงินสงเคราะห์บุตรสูงสุดได้ไม่เกิน 3 คน


สามารถติดต่อรับเงินได้เลยตั้งแต่เดือนแรกที่บุตรเกิดมา


สำหรับเงินอุดหนุนเด็ก 600 บาท

ส่วนเงินอุดหนุนเด็ก 600 บาท ให้กับประชาชนทั่วไปที่ลูกอยู่ในครอบครัวรายได้น้อย

เมื่อเด็กเกิดมาก็สามารถไปลงทะเบียนได้เลย ณ เทศบาล อบต.

เมืองพัทยา สำนักงานเขตในพื้นที่ต่างๆ โดยบุตรจะอยู่กับพ่อแม่หรือไม่ก็ได้

จะอยู่กับปู่ย่าตายายก็ได้ ก็สามารถรับเงินอุดหนุนเด็กได้ แต่จะต้องไปลงทะเบียน

ในพื้นที่ที่บุตรอยู่จริงกับผู้ปกครอง เช่น พ่อแม่อยู่เชียงใหม่แต่บุตรอยู่กับย่าที่ลำปาง

ก็จะต้องไปลงทะเบียนในพื้นที่จังหวัดลำปาง (จะต้องลงทะเบียน


ในพื้นที่ที่บุตรอยู่จริงโดยไม่จำเป็นจะต้องตรงกับทะเบียนบ้าน) เมื่อลงทะเบียนเสร็จ หน่วยงานที่รับเรื่อง (เทศบาล อบต. เมืองพัทยา

สำนักงานเขตในพื้นที่ต่างๆ) ก็จะส่งเรื่องไปที่พัฒนาสังคมจังหวัดจากนั้นก็จะตรวจสอบข้อมูลว่าท่านที่ลงทะเบียนนั้นได้เข้าเกณฑ์จริงๆ

หรือไม่ โดยใช้เวลา 3-6 เดือนในการตรวจสอบหากได้รับการอนุมัติแล้วจะได้รับเงินย้อนหลังตั้งปต่เดือนที่ลงทะเบียน

หลักเกณฑ์ของการได้รับเงินอุดหนุน 600 บาท-เด็กต้องมีสัญชาติไทย พ่อแม่ต้องเด็กมีสัญชาติไทย-เด็กไม่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของหน่วยงานของรัฐหรือเอกชน

-เด็กอยู่ในครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคน ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปียกตัวอย่างเช่น ครอบครัวมี 4 คน มีพ่อแม่และลูกอีก 2 คนพ่อมีเงินเดือน 10,000 บาท ดังนั้น 1 ปี ได้ 120,ooo บาท

แม่มีเงินเดือน 10,000 บาท ดังนั้น 1 ปี ได้ 120,ooo บาท

เด็ก 2 คน ไม่มีเงินรายได้

รวมเงินเดือนทั้งพ่อและแม่ได้ 240,000 บาท ต่อปี โดยอยู่กัน 4 คน เอา 240,000 หาร 4 เฉลี่ยต่อคนแล้วได้ 60,000 บาทต่อคน ถือว่าเข้าเกณฑ์ครอบครัวที่มีรายได้เฉลี่ยต่อคน ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

ดังนั้นครอบครัวนี้จะได้เงินอุดหนุน 600 บาท หากได้รับเงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท สามารถรับเงินอุดหนุนอีก 600 บาท ได้หรือไม่

ได้หากเข้าหลักเกณฑ์

หากต้องการสอบถามเพิ่มเติม ติดต่อโดยตรงได้ที่เบอร์ 02651 6534 หรือ 02651 6902 หรือ 02651 6920 สายด่วนโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด

วิธีการลงทะเบียนขอรับเงินสงเคราะห์บุตร 800 บาท ลงทะเบียนรับเบี้ยผู้สูงอายุ 600-1000 บาท ทุกเดือน

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคืออะไร
ก่อนอื่นทำความรู้จักคำว่า “เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ” หรือ “เบี้ยยังชีพคนชรา” กันก่อน

เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุคือ สวัสดิการที่รัฐมีไว้เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุนับว่าเป็นอีกสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่ภาครัฐจัดสรรไว้ให้กับผู้สูงอายุคือ บุคคลที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นเงินช่วยเหลือ และแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายการดำรงชีวิตในแต่ละเดือน โดยในแต่ละปีจะมีการเปิดให้ผู้ที่มีคุณสมบัติรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุรายใหม่ ๆ มาลงทะเบียน

ถ้ายังไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน และท่านที่อายุ 59 ปี ก็ต้องเตรียมลงทะเบียนเมื่อายุครบ 60 ปี

สำหรับการลงทะเบียน หลักๆ จะเป็นออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกคือผู้ที่มีอานุเกิน 60 ปี แล้ว

และไม่เคยลงทะเบียนมาก่อน ต้องไปลงทะเบียนเพื่อให้ได้สิทธิ์รับเงินเป็นประจำทุกเดือน

ตามเกณฑ์อายุ 600-1000 บาท กลุ่มที่สองคือผู้ที่อายุ 59 ปี ก็ต้องลงทะเบียนไว้ก่อน

เพื่อเตรียมการในการรับเงินเบี้ยสูงอายุเมื่อมีอายุครบ 60 ปี สำหรับหลักเกณฑ์

สำคัญในการลงทะเบียน คือ ท่านต้องไปลงทะเบียนในพื้นที่ที่มีชื่ออยู่

ในทะเบียนบ้าน ถ้าอยู่กทม. ก็ไปลงทะเบียน ที่สำนักงานเขต ถ้าต่างจังหวัดก็ไป

ลงทะเบียนที่เทศบาลหรือ อบต ในพื้นที่ยึดที่อยู่ตามทะเบียนบ้านในการลงทะเบียน

ซึ่งคนที่ได้รับเบี้ยผู้สูงอายุอยู่แล้ว ก็จะได้รับต่อเนื่องโดยไม่ต้องลงทะเบียน

ใหม่ยกเว้นหากมีการย้ายทะเบียนบ้าน ถ้ามีการย้ายทะเบียนบ้าน

ต้องไปแจ้งลงทะเบียนใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ท่านเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียน

บ้านที่เชียงใหม่ ต่อมาย้ายทะเบียนบ้านมาที่ลำปาง ท่านก็ต้องไปลงทะเบียนใหม่

ในหน่วยงานในจังหวัดลำปาง สำหรับผู้ที่ต้องไปลงทะเบียนใหม่ในรอบ

ปีนี้คือผู้ที่เกิดก่อน 2 กันยายน 2506 ถ้าเกิดหลัง จากนี้ต้องรอในรอบถัดไปก็คือปีหน้า

เอกสารใช้ในการลงทะเบียนรับเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ -บัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง

หรือหากไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน จะต้องมีบัตร หรือเอกสารที่ออกโดยหน่วยงาน

รัฐที่มีรูปถ่าย พร้อมสำเนา -ทะเบียนบ้านตัวจริง และถ่ายสำเนามา 1 ฉบับ

-สมุดบัญชีเงินฝากธนาคารตัวจริง ที่เป็นประเภทออมทรัพย์

และถ่ายสำเนามา 1 ฉบับ หรือหากต้องการรับเงินสดก็แจ้งกับหน่วยงาน

ได้เลยว่าต้องการรับเงินสด (รับด้วยตัวเอง หรือ รับผ่านคนที่ได้รับมอบอำนาจ)

-ในกรณีที่ผู้สูงอายุไม่สะดวกจะไปลงทะเบียนด้วยตนเอง สามารถมอบ

อำนาจให้ญาติพี่น้อง ผู้อื่นไปลงทะเบียนแทนได้ -จะเริ่มได้เงินตั้งแต่เดือนที่ท่าน

ไปลงทะเบียน จะไม่ได้ย้อนหลัง!! ลงเร็วก็ได้รับเงินเร็ว

อัตราการได้เงินของผู้สูงอายุ อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับ 600 บาท

อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับ 700 บาท อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับ 800 บาท

อายุ 90 ปี ขึ้นไป จะได้รับ 1,000 บาท ทางภาครัฐ จะจ่ายให้ทุกวันที่ 10 ของทุกเดือน

ซึ่งถ้าหากวันที่ 10 ของเดือนนั้น ๆ ตรงกับวันหยุด รัฐจะเลื่อนเวลาการจ่ายเงิน

เป็นก่อนวันที่ 10 เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ คือ สวัสดิการของภาครัฐ จัดสรรขึ้น

เพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป เพื่อเป็นเงินช่วยเหลือ และแบ่งเบา

ภาระค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน เนื่องจากรายได้ จากอาชีพผู้สูงอายุ

ที่ทำอยู่ในแต่ละเดือน อาจไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย

ใครบ้างมีสิทธิได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ
สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะได้รับเงินช่วยเหลือต้องมีเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

มีสัญชาติไทย
มีอายุ 59 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ตัวอย่างการคำนวณอายุ เช่น การลงทะเบียนของปี 2560 ต้องเป็นผู้สูงอายุที่เกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2501 ส่วนผู้สูงอายุที่ทะเบียนราษฎรระบุเฉพาะปีเกิด ให้ถือว่าเกิดวันที่ 1 มกราคม ของปีนั้น ๆ
ต้องไม่เคยได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ไม่ว่าจะเป็น เงินบำนาญ เบี้ยหวัด บำนาญพิเศษ รวมถึงเงินอื่น ๆ ไปในลักษณะเดียวกัน เช่น ผู้สูงอายุที่อยู่ในสถานสงเคราะห์ของรัฐหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ที่ได้รับเงินเดือน ค่าตอบแทน รายได้ประจำ หรือผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่น ที่รัฐจัดให้เป็นประจำ
หากมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป และเคยลงทะเบียนไว้แล้ว แต่มีการย้ายภูมิลำเนา จะต้องลงทะเบียนใหม่ในภูมิลำเนาที่ย้ายมาใหม่
ผู้ที่เคยลงทะเบียนไว้แล้ว ไม่จำเป็นต้องลงใหม่ทุกปี เว้นแต่มีการย้ายภูมิลำเนา หรือมีข้อมูลที่ต้องแก้ไขบ้างอย่าง
สำหรับผู้สูงอายุที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด สามารถไปลงทะเบียนรับเบี้ยยังชีพด้วยตัวเองได้ ตั้งแต่วันที่ 1-30 พฤศจิกายน ของทุกปี

ข่าวที่เกี่ยวข้อง